News & Promotion

  • "สุพจน์ ตันติจิรสกุล" ปักธง"พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท เชียงใหม่" 1,000 ล้าน

    ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 
    updated: 14 ม.ค. 2558 เวลา 16:35:02 น.

    ****หลังจากเว้นว่างการลงทุนมา 3 ปีวันนี้คือช่วงเวลาที่ใช่ ที่ทำให้บริษัท เอาท์เล็ท มอลล์ จำกัด ในเครือพีน่ากรุ๊ป ตัดสินใจปักหมุดลงทุนโครงการ "พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท เชียงใหม่" ด้วยมูลค่าการลงทุนราว 1,200 ล้านบาท บนถนนสายเชียงใหม่-หางดง

    ****"สุพจน์ ตันติจิรสกุล" ประธานบริษัท เอาท์เล็ท มอลล์ จำกัด ย้ำชัดอย่างมั่นใจว่า การตัดสินใจลงทุนในครั้งนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด หลังจากศึกษาลู่ทางการลงทุน ซุ่มหาทำเลทอง และรอโอกาสมานานถึง 5 ปี

    ****ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา "สุพจน์ ตันติจิรสกุล" เดินทางขึ้นมาจังหวัดเชียงใหม่บ่อยครั้งเพื่อเฟ้นหาที่ดินดำเนินโครงการเอาท์เล็ท ซึ่งเชียงใหม่เป็นตลาดที่เขาคาดหวัง เหมือนเช่นที่ทำมาแล้วหลายจังหวัดไม่ว่าจะเป็นพัทยา ภูเก็ต ชะอำ กระบี่ ฯลฯ แต่มากี่ครั้งก็ต้องกลับบ้านไปมือเปล่าทุกครั้ง เพราะนอกจากยังหาที่ดินทำเลดีๆ ไม่ได้แล้ว ช่วงจังหวะนั้นปัจจัยนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเอาท์เล็ทก็ยังไม่มีความแข็งแรงพอ

    ****ในที่สุดก็ตัดสินใจลงทุนพรีเมี่ยมเอาท์เล็ท เชียงใหม่ ซึ่งเขามั่นใจว่าเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา เชียงใหม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจในเชิงบวกที่สนับสนุนตลาดเอาต์เลต นั่นก็คืออัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว ด้วยเพราะตลาดเอาต์เลตไม่ได้มุ่งขายให้เฉพาะลูกค้าในท้องถิ่นเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการสนับสนุนการท่องเที่ยว

    ****"เราเห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจนักท่องเที่ยวจีนจะกลายมาเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักอีกกลุ่มหนึ่ง ด้วยศักยภาพกำลังซื้อของคนจีนในระดับกลาง-บนที่มีอยู่เยอะมาก และเป็นกลุ่มที่นิยมสินค้าแบรนด์แนม ซึ่งเอาท์เล็ทมีจุดยืนในการขายสินค้าแบรนด์เนม จุดนี้จะดึงนักท่องเที่ยวจีนมาได้ และเรายังมองข้ามไปถึงตลาด AEC เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวจาก 10 ประเทศในกลุ่มนี้เดินทางเข้ามาเชียงใหม่อย่างแน่นอน"

    ****สุพจน์มองว่า เชียงใหม่มีศักยภาพสูงมากและมีหลายปัจจัยที่สนับสนุนให้เข้ามาลงทุนทำโครงการพรีเมี่ยม เอาท์เล็ท เพราะเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ศูนย์กลางการศึกษา มีศูนย์ประชุมนานาชาติที่จะสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวในกลุ่ม MICE ที่มีกำลังซื้อสูง

    ****อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนก็คือ การได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกลุ่มธารดง กรุ๊ป ผู้ดำเนินโครงการคอมมิวนิตี้ มอลล์กาดฝรั่ง วิลเลจ ทีได้รวบรวมที่ดินจำนวน 57 ไร่ บนถนนสายเชียงใหม่-หางดง ติดกับกาดฝรั่ง วิลเลจ และขายให้กับกลุ่มเอาท์เล็ท มอลล์ ซึ่งแม้ทำเลที่ตั้งของโครงการจะไม่ได้อยู่บนเส้นทางซูเปอร์ไฮเวย์ หรือเส้นทางผ่านเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ เหมือนโครงการเอาท์เล็ทในจังหวัดอื่นๆ แต่ถนนสายเชียงใหม่-หางดงถือว่ามีศักยภาพสูงมาก เนื่องจากอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใกล้และไม่ไกลเมืองเกินไป การเดินทางสะดวก การจราจรไม่แออัด ไม่ไกลจากสนามบิน คนในชุมชนมีกำลังซื้อสูง และเป็นเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของจังหวัดเชียงใหม่ 

    ****"เรากับกาดฝรั่งวิลเลจเป็นพาร์ตเนอร์กันแต่ไม่ได้ใช้เงินในการลงทุนร่วมกัน ซึ่งเราได้ที่ดินทำเลที่ดีมากและอยู่ติดกับกาดฝรั่งฯซึ่งเป็นคอมมิวนิตี้มอลล์ที่มีจุดขายชัด ครบ และทันสมัย เรามองว่าพรีเมี่ยม เอาท์เล็ท เชียงใหม่ กับกาดฝรั่งฯ เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เกื้อหนุนกันได้อย่างดีมากในแง่ของการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างกัน เป็นการเติมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจทั้งสองฝ่าย"

    ****สุพจน์บอกว่า งบฯลงทุนของโครงการรวมที่ดินอยู่ที่ราว 1,200 ล้านบาท เป็นงบฯซื้อที่ดิน 57 ไร่ จำนวน 200 ล้านบาท การก่อสร้างเฟสที่ 1 จำนวน 500 ล้านบาท เฟสที่ 2 อีกจำนวน 500 ล้านบาท จะเริ่มพัฒนาเฟส 1 จำนวน 30 ไร่ สร้างอาคารพรีเมี่ยม เอาท์เล็ท ขณะนี้ได้เริ่มถมดินปรับพื้นที่ โดยมีพื้นที่ขาย 14,000 ตารางเมตร คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ราวเดือนธันวาคม 2558 ส่วนเฟส 2 จะขยายพื้นที่ขายเพิ่มอีกราว 4,000-6,000 ตารางเมตร ภายในระยะเวลา 3 ปี

    ****ในส่วนของพื้นที่ด้านข้างอีก 27 ไร่ ทางกลุ่มมีแผนลงทุนสร้างสวนน้ำ (Water Park) ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษา ซึ่งรูปแบบจะเป็นมาตรฐานสากลและมีความใกล้เคียงกับโครงการซานโตรินี ที่ชะอำ 

    ****"นอกจากพรีเมี่ยม เอาท์เล็ทแล้ว เราต้องการสร้างธุรกิจต่อเนื่อง เราจะทำสวนน้ำอย่างเดียวก็คงไม่พอ การเติมเต็มกันทั้งสองส่วนจะทำให้โครงการมีแรงดึงดูด ซึ่งก็จะทำให้พื้นที่ทั้ง 57 ไร่มีความสมบูรณ์ จริงๆ เราพร้อมอยู่แล้วสำหรับการทำสวนน้ำแต่ต้องดูความสำเร็จของนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อทั้งหมดภายในระยะ 2 ปีที่เข้ามาในพรีเมี่ยม เอาท์เล็ทก่อน จึงจะสามารถตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนสวนน้ำเป็นโครงการต่อเนื่องหรือไม่"

    ****ปัจจุบัน ทางกลุ่มได้เปิดให้บริการเอาท์เล็ทไปแล้วจำนวน9 สาขา ได้แก่ พัทยา 2 สาขา ภูเก็ต กระบี่ เขาใหญ่ บางปะอิน ชะอำ สมุย อุดรธานี โดยที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นสาขาที่ 10 ซึ่งวางกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30% และอีก 70% เป็นกลุ่มคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวคนไทยและกลุ่มคนท้องถิ่นจากจังหวัดรอบข้าง เช่น ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย ฯลฯ ขณะเดียวกันได้เตรียมแผนการตลาดร่วมกับกาดฝรั่งฯ ในส่วนของกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ ให้เป็นจุดแวะพักของนักท่องเที่ยว 

    ****สุพจน์บอกอีกว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนการลงทุนเอาต์เลตในจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากการทำเอาต์เลตไม่เหมือนกับการลงทุนห้างสรรพสินค้าที่จะพิจารณาจากจำนวนประชากรและโครงสร้างเศรษฐกิจแต่การเปิดเอาต์เลตมีความเฉพาะ กล่าวคือเป็นการลงทุนที่ต้องอยู่ในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว ดังนั้นการวางแผนลงทุนทำเอาต์เลตจึงไม่สามารถทำได้ทันทีและรวดเร็ว ซึ่งทางกลุ่มเว้นว่างการลงทุนมานานถึง 3 ปี จนกระทั่งมาลงทุนที่เชียงใหม่ในครั้งนี้ 

    ****"ถ้าถามถึงความมั่นใจในการลงทุนที่เชียงใหม่ ผมไม่ค่อยหนักใจ ส่วนจุดคุ้มทุน การทำเอาต์เลตไม่มีมาร์จิ้น เรามองเรื่องวอลุ่มและการลงทุนในระยะยาวมากกว่า และเราเป็นค่ายที่บุกเบิกเอาต์เลตอย่างจริงจังมาเป็นเวลานาน"

    ****ทั้งปัจจัยที่ดิน/ทำเลที่ตั้ง กำลังซื้อของนักท่องเที่ยว และการมีพาร์ตเนอร์ที่ดี เป็น 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการพรีเมี่ยม เอาท์เล็ท เชียงใหม่ พร้อมแจ้งเกิดในเวทีค้าปลีกเมืองเหนือ

    Credit : ประชาชาติธุรกิจ

    http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1421226748

    More Detail +